การทำดีนั้นยากและเห็นผลช้า…
“การทำดีนั้นยากและเห็นผลช้า
แต่ก็จำเป็นต้องทำ
เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่
และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว
แต่ละคนจึงต้องตั้งใจ
และเพียรพยายามให้สุดกำลัง
ในการสร้างเสริมและสะสมความดี”
พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ผู้สำเร็จการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2525
พระราชทาน ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ
“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ท่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดี
ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2512
พระราชทานแด่คณะอาจารย์ ครู และนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล
“ในชีวิตคนเรา
แต่ละคนต้องผ่านพบเรื่องราว
และเหตุการณ์หลายหลากมากมายมาตั้งแต่เกิด
หลายเรื่องหลายสิ่งเป็นปัญหา
ที่ต้องนำมาขบคิดหาเหตุผล
ความกระจ่างจริงเพื่อยุติแก้ไข
ประสบการณ์ในการพิจารณาแก้ปัญหาเหล่านี้
ย่อมสั่งสมเพิ่มพูน
เป็นความรู้ความฉลาดอันกว้างขวางลึกซึ้ง
ซึ่งถ้ารู้จักนำมาปรับใช้
ควบคู่กับความรู้ทางวิชาการให้ถูกถ้วน
พอเหมาะ พอดี ด้วยความเพ่งพินิจ
โดยละเอียดรอบคอบแล้ว
จะยังประโยชน์แก่การปฏิบัติงานอย่างวิเศษสุด…”
คำสอนของพ่อ…พระบรมราโชวาทจากในหลวง
พอดีเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้หนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่ง ส่งมาจากบ.ประกันชีวิตครับ หนังสือเล็กๆ เล่มนี้ชื่อว่า…“คำสอนของพ่อ” เนื้อหาด้านในเป็นการนำพระบรมราโชวาทของในหลวง ที่ทรงพระราชทานตามงานต่างๆ นอกจากพระบรมราโชวาทแล้ว เนื้อหาที่เหลือจะสอดแทรกไว้ด้วย คำอธิบาย คำสอน ข้อคิดที่ได้จากพระบรมราโชวาทนั้นของผู้เขียน ซึ่งในส่วนนี้ผมไม่ขอกล่าวถึงล่ะกันครับ
พอผมลองอ่านดูแล้วคร่าวๆ (ได้มาตั้งนานไม่ได้อ่านแบบจริงๆ จังๆ ซักที) ก็เลยเกิดความคิดที่จะนำพระบรมราโชวาทจากหนังสือเล่มนั้น มารวบรวมไว้ในบล๊อกแห่งนี้ เพื่อมีคนที่สนใจผ่านไป ผ่านมา แต่ไม่เคยได้ยิน ได้อ่าน จะได้มีโอกาสได้รับรู้ถึงพระบรมราโชวาทเหล่านั้นบ้าง เพราะตัวผมเอง หากไม่ได้รับหนังสือเล่มนี้ ก็คงไม่มีโอกาสได้รับรู้เหมือนกัน (เพราะไม่เคยไปหาอ่านที่ไหน ^^)
แต่ยังไม่อ่านกันวันนี้หรอกนะครับ พอดีเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด รู้สึกเพลียๆ ไว้วันพรุ่งนี้ผมจะเอาพระบรมราโชวาทอันแรกจากหนังสือเล่มนี้มาให้อ่านกันครับ
วัดภูมินทร์ จ.น่าน
เมื่อวานไปทำงานที่จ.น่านมาครับ ก่อนจะขับรถกลับลงมาที่จ.แพร่ แวะไปทานข้าวซอยเจ้าอร่อยของน่านซะหน่อย มาทำงานที่น่านทีไร ต้องแวะทานที่ร้านนี้ทุกที ไปบ่อยจนเจ้าของร้าน จำหน้าได้แล้วตอนนี้ พอทานเสร็จถามเจ้าของร้านข้าวซอยว่าวัดที่อยู่ตรงข่วงเมืองน่าน สวยมั้ย… เจ้าของร้านผู้ใจดีบอกว่าสวย ด้านในวิหารมีพระพุทธรูปนั่งหันหลังชนกัน 4 องค์ ก็เลยไปลองดูสักหน่อย ทานเสร็จกลับรถย้อนไปอีกนิด ไม่เกิน 1 กม.ครับ (จริงๆ ไม่กี่ร้อยเมตรแหละ แต่ขี้เกียจเดิน)

วัดจะอยู่ใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติครับ จอดรถทิ้งไว้ที่ศูนย์นักท่องเที่ยว เดินข้ามถนนไปหน่อย จะเจอทางเข้าวิหารครับ วันนี้แดดกำลังดี ไม่ร้อนจนเกินไปพอจะเดินถ่ายรูปได้นิดหน่อย วัดนี้จะมีทางเข้าวิหาร 4 ทางครับ จากรูปที่เห็นจะเป็นด้านหลังของวิหาร จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าด้านหลังหรอกครับ เห็นทางเข้าใกล้ตรงไหนก็เดินเข้ามันตรงนั้นแหละ ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตรงนี้มันคือด้านหลัง ยังงงๆ อยู่เลยว่าทำไมบันไดที่วัดนี้ไม่มีพญานาคที่หัวบันได
ที่วัดนี้ห้ามจุดธูปเทียนด้านในครับ ถ้าต้องการจะจุดต้องจุดไหว้ที่ด้านนอกเท่านั้น ถอดรองเท้าเดินข้ามธรณีประตูมา ด้านใน ก็จะเจอองค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ครับ นั่งหันหลังชนกัน หันหน้าไปทางประตูทั้ง 4 ด้าน แบบที่แม่ค้าขายข้าวซอยบอกจริงๆ สวยงามมากครับ
ไหนๆ ก็มาแล้วนั่งไหว้พระขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลกันหน่อย ค่อยเดินดูรอบๆ ครับ วัดนี้คนเข้ามาไม่ค่อยเยอะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ใช่เทศกาลรึเปล่า เมื่อวานตอนที่ผมไป มีอยู่แค่ 2-3 คนเองครับ มีผม กับฝรั่งอีกคน จากการสัมภาษณ์ เค้าบอกว่า มาที่วัดนี้ตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนถึงตอนที่คุยกับผม ประมาณ 4 โมงเย็น ยังถ่ายรูปไม่เสร็จเลย แกว่าแกเขียนหนังสือ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ที่ได้ไปเที่ยวมาในเมืองไทยน่ะครับ คุยสนุกดีเหมือนกัน ฝรั่งคนนี้ อายุมากแล้วอารมณ์ดีสุดๆ

มาเดินดูตามกำแพงกันบ้าง มีจิตรกรรมฝาผนังให้เดินชมกันด้วย ว่ากันว่าเป็นวิถีชีวิต ความเชื่อของชาวน่านโบราณ ถึงแม้ว่าจะมีผนังบางด้านที่ลวดลาย เริ่มเลือนลางไปบ้าง แต่ก็ยังคงความสวยงามอยู่ครับ บางรูปมีการเขียนคำบรรยายกำกับไว้ด้วย เท่าที่ดูๆ น่าจะเป็นภาษาลานนาหรือไม่ก็ออกไปทางพม่าหน่อยๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ใครอ่านออกจะลองแปลให้ฟังก็ได้นะครับ ^^~
ก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ สักพักก็กลับครับ พอดีนัดลูกค้าที่แพร่ไว้ด้วย กว่าจะขับรถลงดอยอีกประมาณ 120 กม. ไปถึงคงได้เวลานัดพอดี ก่อนกลับแวะไปซื้อน้ำอัดลมดื่มแก้กระหายสักกระป๋องก่อนครับ ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมรู้ว่าที่ผมเดินเข้าไปนั้นไม่ใช่หน้าวัด แต่เป็นหลังวัด เพราะระหว่างที่ดื่มน้ำก็เดินวนรอบๆ ดู อ่าวนี่งัยพญานาค ด้านหน้ามันอยู่ตรงนี้นี่เองตอนขับรถเข้ามาก็ผ่าน ทำไมไม่เห็นหว่า???
พอมองไปนานๆ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกกับพญานาคทั้ง 2 นี้ เอ๊ะ…ทำไมหน้าตาไม่เหมือนกัน… ถามแม่ค้าขายน้ำเค้าบอกว่า เป็นตัวผู้กับตัวเมีย…จริงรึเปล่าหว่า???
เดี๋ยวมีเวลาจะต้องแวะไปดูตามวัดที่อื่นหน่อยแล้ว ว่า 2 ตัวหน้าตาจะเหมือนกันรึเปล่า จะมีใครช่วยอธิบายมั๊ยครับ???
สวัสดีครับ…ทักทายอีกครั้ง
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีกันก่อนตามธรรมเนียมไทยๆ นะครับ เพื่อนๆที่เคยเข้ามาในหน้า URL นี้มาก่อน คงงงหน้าดูว่า “เอาอีกแล้ว” มันเปลี่ยนหน้าตาเว็บอีกแล้ว ไม่รู้เปลี่ยนเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย…
เปิดมาครั้งแรกเป็นบล๊อก ที่เอาร้าน aStore มาใส่ ต่อมาก็เปลี่ยน script มาเป็น AOM แต่เจ้ากรรม ด้วยความเบลอ ดันลบไฟล์ผิด หน้าร้านนั้นพังไปซะ ขี้เกียจแก้ ประกอบกับพอดีช่วงนั้นไปซื้อ script ANCs ของคุณก้องมาก็เลยเอามาใส่ทิ้งไว้ กลายเป็นร้านหนังสืออยู่พักใหญ่ คราวนี้เปลี่ยนอีกแล้ว มาเป็นบล๊อกส่วนตัวไปซะงั้น…
เหตุผลหลักที่ตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นบล๊อกนั้น ก็เพราะเนื่องมาจากโฮสที่เช่าอยู่นี้เป็นโฮสของประเทศไทยเราครับ ถ้าตามหลักที่ศึกษามา ถ้าเราจะขายของหรือทำธุรกรรมกับเมืองนอก เราก็ควรจะใช้โฮสของนอกด้วย เพราะว่าเวลาที่ฝรั่งเค้าเข้ามาที่เว็บเราน่ะ มันจะช้ากว่าที่ควร อาจก่อให้เกิดความรำคาญไม่รอโหลดหน้าเว็บของเราก็ได้ ซึ่งตอนนนี้ผมก็ได้เช่าโฮสไว้ที่เมืองนอกไว้อีกโฮสหนึ่ง กับชื่อใหม่ เอาไว้ขายของอย่างเดียว ที่นี้อันนี้ก็ว่างล่ะสิ…จะทำอะไรกับมันดีหว่า??? ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน จะทิ้งไปก็เสียดาย เดี๋ยวจะหาว่าได้ใหม่แล้วลืมเก่าอีก งั้นก็มาทำบล๊อกส่วนตัวล่ะกัน ให้คนไทยอ่าน ไม่ต้องเร็วมาก เข้าจากเมืองไทยยังไงก็ไม่ช้าอยู่แล้ว…
ตอนนี้ยังคิดหา Themes เนื้อหาของบล๊อกนี้ไม่เจอเลยครับ เอาเป็นว่า จะเขียนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคงจะหาทางแนวทางเจอเองแหละ…
แล้วจะมาเขียนเรื่อยๆ นะครับ

