แวะมาอัพบล๊อกตอนดึกๆ
ไม่มีอะไรเลยสำหรับโพสนี้ครับ แค่อยากจะอัพบล๊อกก็แค่นั้นเอง เหอเหอ จริงๆ ก็มีเขียนๆ ทิ้งไว้บ้างแต่ก็เซพไว้เป็น Draft ซะอย่างนั้น เขียนได้ครึ่งๆ กลางๆ ไม่จบสักที ก็เลยปล่อยๆ ไป อีกอย่างก็คือ ช่วงนี้สภาพจิตใจไม่ค่อยปรกติ รู้สึกเหนื่อยๆ กับสิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งหน้าที่การงาน และส่วนตัว สมองไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไหร่ คิดอะไรไม่ค่อยออก…ก็เลยไม่รู้จะเขียนอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวดี
ตอนนี้ไม่ได้หาสินค้าจากอเมซอน มาทดสอบเพิ่มเลยครับ แต่ไปลองทำ Themes aStore เล่นอยู่ อยากเข้าไปดูฝีมือก็ได้นะครับ ลองงมๆ เล่นอยู่ 2 ร้าน ร้านแรก Votivo Aromatic Store ร้านนี้ลองทำแบบใส่รูปดู กับอีกร้านนึง Car Accessories Online Shop ร้านนี้แค่เปลี่ยนสีกับขยายหน้าตาแค่นั้นครับ ว่างๆ จะทำเล่นไปเรื่อยๆ อาจจะได้หน้าตาที่ดูดีกว่านี้ครับ
ถ้าใครเข้าไปดูแล้วติชม หรือมีความรู้อะไรจะถ่ายทอดก็เม้นท์บอกไว้ได้เลยนะครับ ยินดีรับทุกคำติชมครับผม
ขอตัวก่อนครับ อยู่กทม. นอนดึกไม่ได้ เดี๋ยวตื่นไปทำงานไม่ทัน
ว่าด้วยความฝัน…เป้าหมาย
“คุณมีความฝันหรือเป้าหมายอะไรมั้ยครับ???”
หลายวันก่อนได้เข้าไปอ่านกระทู้ในพันทิป เกี่ยวกับความฝัน(เป้าหมาย) ของคนเรา เจ้าของกระทู้เข้ามาเขียนบอกว่าตัวเองไม่มีความฝันที่จะเป็นอะไร หรือทำอะไร ในขณะที่เพื่อนของตน มีความฝันและได้ทำเพื่อให้ถึงในสิ่งที่ตัวเองฝัน และก็ได้มาแล้วซึ่งฝันนั้นแล้ว
ความฝัน เป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมายของคนเรานั้น แน่นอนว่าคงไม่เหมือนกัน และเป้าหมายเหล่านั้นก็คงแตกต่างกันไปตามวัยและเวลาของผู้ที่ฝัน ตัวผมเองก็เคยมีความฝันเช่นกัน — ใครล่ะจะไม่มี แต่อยู่ที่ว่าจะมองเห็นหรือรู้ตัวรึเปล่า ว่านั้นคือความฝัน — และความฝันของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวันและเวลา จนถึงตอนนี้แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า ณ วันนี้ผมอยากจะให้ชีวิตมันเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้คิดแค่ว่า อยากจะทำอะไรก็ได้ ที่ตัวเองมีความสุข และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็พอ
ความฝันในวัยเด็ก คืออยากสนุกไปวันๆ พอโตขึ้นมาหน่อยก็อยากที่จะเป็นโน่นเป็นนี่ มีอาชีพนั้นอาชีพนี้ ถ้าใครได้มีโอกาส ที่จะไปถึงความฝันที่เคยฝันไว้ตั้งแต่เล็กๆ คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เลยทีเดียว
ประเด็นอาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่าฝันแล้ว จะทำได้หรือไม่ได้ แต่มันอยู่ที่ว่า เราพยายามที่จะเดินไปหาฝันนั้นอย่างเต็มที่รึยังต่างหาก วันนั้นผมตอบน้องที่ตั้งกระทู้ว่า ให้พยายามมองหาสิ่งที่ตัวเองให้เจอ ในขณะที่อายุยังน้อยนี่แหละ เพราะว่าถ้าเราโตขึ้นมา เรียนจบ ต้องทำงาน ความฝันที่เราอยากจะทำมันจะเลือนลางไป ด้วยอาชีพการงาน หรือภาระหน้าที่ต่างๆ ที่จะมีเข้ามาเรื่อยๆ มันจะทำให้ความฝันนั้นเปลี่ยนไป
อ่านกระทู้นั้นแล้วรู้สึกสะท้อนใจเล็กๆ แต่ไม่ถึงขั้นเสียดายในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ในวันนั้น ไม่ว่าจะเหตุผลที่ไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ หรืออะไรก็ตาม แต่ก็อดเอามานั่งคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า ถ้าเราทำได้ตามที่ต้องการในวันนั้น ชีวิตเราในตอนนี้จะเป็นไปในรูปแบบไหน ตอนนี้จะนั่งทำอะไรอยู่ แต่ก็ได้แค่นั่งคิด เพราะมันคงไม่มีคำตอบให้กับเรา
ถ้ามีน้องๆ คนไหนผ่านเข้ามาในนี้ แล้วได้อ่าน ก็อยากจะบอกว่า ขอให้ได้พยายามทำความฝัน และเป้าหมายของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าเราทำอย่างสุดความสามารถแล้วไม่ได้ดั่งหว้ง ก็อย่าไปเสียใจหรือเสียดายอะไร อย่างน้อยสิ่งที่เราทำไปก็ไม่ได้สูญเปล่าแน่นอน เพราะอย่างน้อย เราก็ยังได้ความรู้และประสบการณ์เพิ่มเข้ามาตกแต่งในชีวิตของเราครับ
้
เสร็จไปอีก 1 ร้านแล้ว…
เมื่อ 2 วันก่อนไปลองซื้อสคิปทำร้าน aStore มาใหม่ เป็นการเอา aStore ของ Amazon มาปรับแต่งให้ใช้กับ Domain และ Host ของตัวเองได้ครับ
เห็นว่าน่าสนใจดี ราคาย่อมเยาว์ ก็เลยเอามาลองดูสักหน่อย งมๆ อยู่สักพักนึง หน้าตาออกมาได้เป็นแบบนี้ครับ ShopGuideList จริงๆ ต้องบอกว่าพยายามตั้งนานได้แค่นี้เองอ่ะครับ พอดีผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมี Sense เรื่องสีสันการตกแต่งเท่าไหร่ ผลที่ออกมาก็เลยได้แค่นี้เอง
เมื่อก่อนตัว Domain ShopGuideList นี่เป็นร้านที่ทำมาจากสคริปอีกตัวนึง (ANCs) แต่พอดีผมเป็นคนออกจะหลายใจไปนิดเลยชอบซื้อนั่นนี่มาลองใหม่ๆ อยู่เรื่อย เลยเอามาเปลี่ยนซะ แต่ตัว ANCs ผมก็ยังเอาไปใช้กับอีกร้านหนึ่งอยู่ (บอกแล้วว่าหลายใจ) ใครเอยากเข้าไปดูหน้าตา เชิญได้ที่ Takewise นะครับ
ใครที่เผลอกดเข้าไปดูแล้วสนใจตัวสคิป ก็บอกมาได้ เดี๋ยวจะติดต่อกับเจ้าของสคิปให้ครับ (เดี๋ยวจะตามไปเก็บค่าคอมฯ ทีหลังนะครับ)
อีกอย่าง ตอนนี้กำลังมีความคิดที่จะศึกษาเกี่ยวกับพวก PHP กับ CSS ให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ยังหาหนังสือที่ถูกใจไม่ได้ ที่ขายอยู่ในตลาดตอนนี้ก็เยอะเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะหยิบเล่มไหนมาอ่านดี ว่าแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเดินหาหนังสือสักหน่อยดีกว่า หยิบๆ มาสักเล่มนึงคงจะดีกว่าไม่ได้เริ่มสักที ^^~ เพื่ออีกหน่อยจะเขียนสคริปเอง หรืออย่างน้อยก็จะได้เอาไปปรับแต่งให้สคริปที่ซื้อมา ให้มันสวยขึ้นมาได้บ้างอีกสักนิดก็ยังดี
พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
เอารูปค้างStock จากเมื่อ 2 เดือนที่แล้วมาลงครับ
คราวนี้เป็นรูปจากวัดใหญ่ พระพุทธชินราช พระคู่เมืองของชาวพิษณุโลกครับ
จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ครับ มีคนเข้าไปสักการะกันค่อนข้างเยอะ ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสได้หามุมถ่ายได้มากนัก
ทางด้านใน ไม่ให้ยืนถ่ายรูปนะครับ ต้องนั่งถ่าย หรือไม่ก็ซูมยิงจากด้านนอกเข้ามา บางทีได้มุมดีๆ แต่ก็เกรงใจชาวบ้านน่ะครับ
พอไหว้พระเสร็จ ผมก็เลยหนีออกมาถ่ายรูปข้างนอกดีกว่า
ไว้โอกาสหน้า ถ้าได้ผ่านไปวันธรรมดา คนน้อยๆ จะลองถ่ายรูปจากด้านในให้ได้เยอะๆ ครับ
รูปสุดท้าย เจ้าแม่กวนอิม…
ไม่ได้ผิดที่นะครับ องค์เจ้าแม่จะอยู่ทางด้านนอก เดี๋ยวคนไม่เคยไปจะหาว่า หมอนี่ เอารูปมาลงผิดรึเปล่า
แค่นี้ก่อนครับ รูปอาจจะไม่เรียงลำดับนะครับ วันนี้งงๆ นิดหน่อย ^^
เรื่องเล่าข้างแก้วกาแฟ
วันนี้ไปนั่งทานกาแฟร้านประจำมาครับ ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน Esso อยู่บนถนนเส้นตาก-ลำปาง ชื่อร้านว่า Coffee Club
เป็นร้านกาแฟธรรมดาๆ ในปั๊มนี่แหละ แต่ผมชอบแวะเติมน้ำมันที่นี่ประจำทุกเดือน จนคนขายกาแฟกับเด็กปั๊มจำหน้าได้แล้วครับ อีกเหตุผลนึงที่ชอบจอดพักรถที่นี่ นอกจากจะแวะเติมน้ำมันกับทานกาแฟแล้ว ก็คือ “ห้องน้ำ” ครับ คือห้องน้ำที่นี่สะอาดมากครับ ตรงทางเข้าห้องน้ำจะมีกระดาษรับคำแนะนำแขวนไว้ด้วยครับ มีคนไปเขียนชมกันหลายต่อหลายคนทีเดียว (มีมานานมากแล้วครับ) ผมว่าการที่มีกระดาษแขวนไว้นี่ก็ดีไปอีกอย่าง นอกจากจะเอาไว้รับคำแนะนำแล้ว ยังมีนักเดินทางหลายๆ ท่าน ช่วยกันเขียนบอกอีกด้วยว่า ห้องน้ำไหนเสีย โถไหนไม่ดี เพราะว่าบางทีคนดูแล ก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึงเหมือนกัน ก็ถือว่าช่วยๆ กันรักษาล่ะครับ
อ่าว!!! ว่าจะเขียนเรื่องกาแฟ กลายเป็นเขียนเรื่องห้องน้ำไปซะงั้น เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ
เคยสังเกตกันมั้ยครับ ว่าบนแก้วกาแฟที่เราดื่มกันตามปั๊มน่ะ มันเขียนอะไร สกรีนอะไรไว้บ้าง หลายคนคงเห็น หลายคนก็อ่าน แต่ผมคิดว่าคนไม่ได้อ่านคงมีเยอะกว่า ถ้าจะไม่ผิด เมื่อก่อนของบ้านไร่กาแฟ จะเป็นนิทาน เป็นตอนๆ เคยอ่านอยู่สัก 2 ตอน แล้วก็ไม่ได้ใช้บริการไปช่วงนึง พอกลับไปซื้ออีกที ก็ไม่มีให้อ่านต่อแล้วครับ แก้วใบนี้เขียนเกี่ยวกับ “กาแฟ 4 พันธุ์ ที่นิยมปลูกเพื่อการตลาด” ครับ ผมว่ามันมีความรู้ดี ก็เลยเอามาฝากกันครับ (ขอลอกจากข้างแก้วเลยล่ะกันนะครับ)
กาแฟ 4 พันธุ์
ที่นิยมปลูกเพื่อการตลาด
เรามาทำอะไรที่นี่…นะ
พรุ่งนี้จะต้องเดินทางออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดเหมือนทุกๆ เดือนครับ แต่ก็ยังไม่หลับไม่นอน ไม่ง่วงเลย ทั้งๆ ที่พรุ่งนี้จะต้องขับรถไปอีกกว่า 500 กิโลเมตร แต่เดี๋ยวสักพักก็คงต้องพยายามนอนให้หลับแล้ว ก่อนจะนอนก็เลยมานั่งเขียนอะไรไปเรื่อยๆ สักหน่อยดีกว่า
พอคิดถึงว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทาง(อีกแล้ว) อยู่ดีๆ ก็คิดถึงเรื่องๆ หนึ่งขึ้นมา มันเป็นความคิดที่อยู่ดีๆ ก็แวบเข้ามาในหัวสมองครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณเมื่อ 5 ปีที่แล้ว…“นี่เรามาทำอะไรที่นี่(วะ)”
จำได้ว่าตอนนั้นเดินโทรศัพท์อยู่ในโรงแรมที่จ.สระแก้วครับ ชายแดนฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเรา อีกไม่กี่กิโลฯ ก็จะถึงด่านเขมร หรือที่เรียกว่าตลาดโรงเกลือที่หลายๆ คนอยากจะไปเดินนั่นแหละครับ ผมรับเขตทางภาคนี้อยู่ 6 เดือน เชื่อมั้ยครับ ผมไม่เคยไปเดินเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่มันอยู่ใกล้จากที่ผมพักแค่นิดเดียว ตั้งใจอยู่หลายที ก็ไม่ได้โอกาสไปสักที พอมานั่งคิดตอนนี้ก็รู้สึกเสียดาย ที่ตอนนั้นไม่ยอมไป
มาว่ากันต่อถึงเรื่องที่จั่วหัวไว้ดีกว่า…เมื่อกี้ผมบอกว่าผม เดินคุยโทรศัพท์อยู่ในโรงแรม ที่ต้องเดินเพราะมันมีเหตุผลครับ ในตัวโรงแรมสัญญาณไม่มี!!! ไม่ผิดครับทั้งๆ ที่เป็นเครือข่ายที่ขึ้นชื่อว่าชัดที่สุดของประเทศเราในตอนนั้นเลย แต่กลับไม่มีคลื่น ต้องเดินหาเอา นั่นแหละครับทำให้ผมเกิดความคิดนั้นคิดมา ว่าเรามาทำอะไรที่นี่ นะ ที่ๆ แม้แต่คลื่นโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยจะมี ข้าวก็ไม่อร่อย ที่นอนก็ไม่สบาย ลองนึกภาพห้องยาวๆ เตียงแข็งๆ มีทีวีแขวนเหมือนตามหอพักอยู่ตรงปลายเท้าครับ แต่ยังดีที่โรงแรมนี้มี UBC ครับ นั่นเป็นข้อดีข้อหนึ่งที่ทำให้ผมสามารถฆ่าเวลาได้ดีพอสมควรทีเดียว แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีซะทีเดียว เพราะอะไรรู้มั้ยครับ เพราะมันวางอยู่ปลายเท้า และมันเป็นทีวี 14 นิ้ว!!! จะนอนดูก็มองเห็นไม่ชัด เพราะมันไกลมาก เวลาดูหนัง HBO ก็ต้องไปนั่งแหงนอยู่ปลายเตียง เนื่องจากภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง กว่าจะง่วง ได้เวลานอนก็ดูหนังไปประมาณ 3 เรื่อง ปวดคอพอดีครับ
เรื่องความสะดวกสบาย ผมว่ามันยังไม่ใช่ประเด็นหลักของคำถามนี้หรอกครับ เพราะทุกวันนี้ ผมก็ยังมีคำถามแบบนี้ซ้ำๆ อยู่ในหัวเป็นบางครั้ง เวลาที่อยู่กับตัวเอง ในจังหวัดที่ไกลๆ ทั้งที่มีความเจริญ มีผู้คนมากมาย ก็ยังคิดถึงเรื่องนี้ จะว่าไม่ชินก็คงจะไม่ใช่ มันอาจจะเป็นเพราะมันเหงา หรือว่าอะไรสักอย่างมากกว่า
เคยมีใครรู้สึกแบบนี้บ้างมั้ยครับ???
พระอาทิตย์ตกที่เวียงป่าเป้า
รูปชุดนี้ถ่ายตอนเย็นๆ แถวทุ่งนา อ.เวียงป่าเป้า เส้นทางเชียงใหม่ - เชียงราย

วันนั้นเดินทางออกจากเชียงใหม่ตอนบ่ายแก่ๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.กว่า ก็ไปถึงตรงนี้ก็เย็นๆ พอดี

ลังเลอยู่นาน 2 นาน ว่าจะจอดรถถ่ายดีมั้ย ใจนึงก็รีบ เพราะนัดลูกค้าไว้ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาซะหน่อย

ยืนถ่ายอยู่สักแปป สังเกตคนแถวนั้นผ่านไป ผ่านมา…หันมามอง เหมือนจะคิดว่ามันถ่ายรูปอะไรของมันหน่ะ

ผมก็เลยตอบในใจ..”ก็แถวบ้านไม่มีทุ่งนาที่เห็นพระอาทิตย์ตกให้ถ่ายนี่หว่า???”

ถ่ายมาหลายๆ รูป จากบริเวณเดียวกัน แต่หลายมุมหน่อย หันซ้ายที ขวาที
มันได้มุมได้แสงไม่เหมือนกัน ถ่ายตามใจตัวเอง ไม่ได้ปรับกล้องอะไรมากมาย
ขืนปรับกล้องมากๆ สงสัยจะไม่ทันพระอาทิตย์แน่ๆ คงจะหายลับไปหลังเขาก่อนแหงๆ
คัดมาให้ชมแค่นี้ก่อนครับผม….
เปิดGallery ชุดแรกด้วยดอกลีลาวดี
พยายามหา Plug-in เกี่ยวกับการใส่รูปในบล๊อกแห่งนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่สามารถครับ
ที่ไม่สามารถนี่ ไม่ใช่ว่าหาไม่ได้นะครับ แต่หามาแล้วใช้ไม่เป็นต่างหาก ^^
เลยไม่หามันแล้ว โพสเอาแบบเพียวๆ บ้านๆ นี่แหละ ง่ายดี ไม่ต้องใส่อะไรให้วุ่นวาย
รูปทั้งหมด ถ่ายจากกล้อง Fuji S5700 นะครับ
มาเปิดตัว Photo Gallery ชุดแรกกันด้วยดอกไม้ที่มีชื่อว่า “ดอกลีลาวดี” ที่เมื่อก่อนบ้านเราเรียกกันว่า “ดอกลั่นทม” นะครับ
รูปชุดนี้ผมถ่ายไปเรื่อย จากหลายๆ สถานที่ ประมาณว่าหันไปเจอดอกนี้ที่ไหนก็ถ่ายเก็บไว้ครับ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่คัดมาแล้วว่าพอดูได้นะ
ดอกลีลาวดีกำลังออกดอกดีเลยครับช่วงนี้ ก.พ.-เม.ย. จะมีบางพันธุ์ที่ออกดอกตลอกทั้งปี ก็คือ พันธุ์ “ขาวพวง”

จะปลูกให้ดี ตำราบอกว่าต้องใช้ดินร่วนบนทรายปลูก ไม่ชอบน้ำ ชอบแสงแดด ทนความแล้งได้ดี


เพาะพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ หรือถ้าอยากได้ดอกหลายๆ สีในต้นเดียว ก็ใช้วิธีเสียบยอดพันธุ์ดีๆ เข้าไป หรือจะติดตาก็ได้


สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน


บำรุงด้วยปุ๋ยทีมีไนโตรเจนต่ำ(ใส่เยอะๆ ต้นจะมีแต่ใบ ไม่ได้ดอก) ฟอสฟอรัสสูง (เร่งดอก ดอกเยอะกิ่งก็เยอะตาม) และโพแทสเซียม ในปริมาณที่เพียงพอ


ขอบคุณข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ นำมาจาก ไม้ประดับออนไลน์.คอม ครับ

