ประสบการณ์เล็กๆ จากการทำ aStore

วันนี้นั่งมองหน้าจอคอมฯ มาหลายชั่วโมงแล้วครับ คิดไม่ออกว่าจะเริ่มทำอะไรตรงไหนดี จะสร้างร้าน aStore ขึ้นมาใหม่อีกก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกเอาสินค้าตัวไหนมาขายดี กดเข้าไปดูในหน้าเว็บของ Amazon จนไม่รู้ว่าจะเลือกเอาอะไรมาขาย ที่เจอๆ น่าสนใจ เอาไปลองเอา Kw ไป search ดู ก็ไม่ไหว ไม่เจอเป้าหมายเลยครับ คู่แข่งเยอะมาก ทำชึ้นมาก็คิดว่าคงจะไม่คุ้ม เสีย Tracking ID ทิ้งไปซะเปล่าๆ

ไหนๆ ก็บ่นเรื่อง aStore แล้ว ก็เขียนเกี่ยวกับ aStore ซะหน่อยล่ะกันครับ มาดูผลงานของการทำ aStore ของผมกันครับ เพื่อจะมีประโยชน์กับคนที่สนใจกันบ้าง

บอกไว้ก่อนนะครับ ผมเพิ่งเริ่มทำ aStore จริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง หลายคนที่เคยเข้ามาในบล็อกของผม อาจจะนึกว่าผมคงสร้างร้านไว้เยอะแยะมากมาย ถ้าคิดอย่างนั้นคิดผิดครับ เพราะจริงๆ ผมทำไว้แค่ 30 กว่าร้านครับ และร้านที่ทำแบบหวังผล (ตั้งใจทำ) จริงๆ ประมาณ 20 ร้านเองครับ ผลที่ออกมาก็คือ ติด index เกือบทั้งหมด แต่ติดอยู่หน้าแรกแค่ไม่กี่ร้านเองครับ

ถ้าวัดผลจากการใช้โปรแกรมที่แจกๆ กัน การติด Index ใน KW ที่ต้องการเป็นดังนี้ครับ
- มีร้านที่ติด Index อยู่ 18 ร้าน
- ติดอันดับ 1-10 ของ Google 6 ร้าน
- ติดอยู่ใน Top 100 7 ร้าน
- ที่เหลือ….บางร้าน 200 กว่า บางร้าน 300 และบางส่วนหาไม่เจอเลยครับ

มาดูกันว่าจากประสบการณ์ของผม ผมรู้อะไรมาบ้าง (วิเคราะห์เอาเอง)

- ร้านที่ติด Index อันดับต้นๆ นั้น ไม่จำเป็นว่าจะขายได้ ร้านที่ติดอันดับ 1 ของผม คนเข้าเยอะ แต่ไม่เคยขายได้
สาเหตุของข้อนี้ผมเข้าใจว่า มาจากตัวสินค้าครับ สินค้าที่เลือกเอามาทำนั้น อาจจะไม่น่าสนใจพอ หรือจำเป็นต้องทดลองใช้หรือทดสอบก่อนที่จะซื้อครับ

- บางร้าน ติดอันดับ 1 เหมือนกัน แต่ไม่มีคนเข้าเลย…
สาเหตุน่าจะมาจาก KW ที่หวังไว้มัน Niche เกิน ทั้งๆ ที่ตอนสร้างก็ดูแล้วว่ามีคน search หรืออาจจะเป็นเพราะ Prefix ที่เอามาใช้มันส่งผลให้ติดอันดับ 1 แต่ไม่มีคนเอาคำนี้มา search ครับ

- ร้านที่ขายได้หรือมีคนเข้า ไม่จำเป็นต้องติดหน้าแรก หรือ Top 100 ครับ
คำถามก็คือแล้วคนเข้ามาจากทางไหนล่ะ คำตอบที่คิดได้ก็คือ มาจากคำอธิบายร้านของเราครับ เพราะการที่ Google มาเก็บ Index ร้านของเราไปนั้น มันจะเก็บไปอยู่ 3 จุด คือ ในส่วนของ header , category และ description ครับ ทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะในส่วนของ description ถ้าเราเขียน(เอง) แล้วเอา KW รองที่เราต้องการใช้ไปใส่ไว้ด้วย มันก็อาจจะกลายเป็นคำที่ส่งผลให้มีคนเข้าร้านได้เหมือนกันครับ

เอาแค่นี้ล่ะกันครับ เพราะในส่วนของปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาร้าน หรือการโปรโมตวิธีอื่นๆ หลายคนที่ทำคงได้อ่านจากในบอร์ดต่างๆ กันมาเยอะแล้ว ส่วนตัวผมไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าฝาก Link ไว้ในลายเซ็นต์ในบอร์ด 2 บอร์ด ติดไว้ในบล็อกของตัวเอง กับ Blog ฟรีที่ไม่ค่อยได้อัพเดตอีกนิดหน่อย ไม่ได้เอาไปซับมิตที่ไหนสักที่เลย หน้าตาร้านก็เอามันเดิมๆ นั่นแหละ ขยายให้มันกว้างอีกหน่อย จัดให้อยู่ตรงกลางสักนิด แค่นั้นครับ

ปล.ผมไม่ใช่เทพ ไม่ใช่เซียนนะ ผมยังได้เงินจาก aStore มาไม่ถึง $20 เลยครับ แค่อยากเอามาแชร์เฉยๆ ^^

Related Posts with Thumbnails

3 Responses to “ประสบการณ์เล็กๆ จากการทำ aStore”

  • ได้ความรู้และแนวคิดดีทีเดียวครับคุณหนุ่ม ขอบคุณครับ

  • มาทักทายคะ ไม่ได้มานาน มากแล้ว
    สบายดีนะคะ

    กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน คะ ขอบคุณกับข้อมูลดีดีนะคะ

  • ดูหนังออนไลน์:

    ขอบคุณมากค่ะ แล้ววิธีใส่สินค้าที่ลด% ทำไงคะ

Leave a Reply


About This Blog…

qrcode

"นายหนุ่มบล็อก" บล็อกเรื่องราวทั่วๆ ไป ขึ้นอยู่กับความสนใจในขณะนั้น อาจจะมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ไม่แน่...บางทีในเรื่องไร้สาระ อาจจะมีสาระก็ได้... ขอบคุณที่แวะมาครับ
Update to Your Mail

ติดตามบล็อกนี้ทาง email:

Delivered by FeedBurner

UserOnline
Users: 5 Guests, 1 Bot