กลับมาแล้วครับ
หลังจากหายหน้าหายตาไปหลายวัน กลับมาคราวนี้ก็หมดปัญหาเรื่องโฮสไปแล้วครับ หลังจากที่มาเขีียนบ่นๆ ไว้ ว่าจะปิดบล็อกแห่งนี้ในครั้งที่แล้ว ก็ได้พี่ชายใจดีมาช่วยชีวิตไว้ ในส่วนของโฮสเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้โฮสแห่งนี้ก็ได้ไปแจมกับพี่เค้าไว้ก่อนครับ
จริงๆ เลยเรื่องโฮสนี้ไม่ใช่ว่าคุ้มหรือไม่คุ้มอย่างเดียวหรอกครับ ปัญหาอีกอย่างนึงก็คือ มันดันมาหมดอายุช่วงตอนที่ผมต้องใช้เงินจำนวนมากนี่แหละ ทำให้ต้องคิดหาทางตัดค่าใช้จ่ายบางอย่างที่(คิดว่า) ไม่จำเป็นออกไปก่อน ซึ่งในส่วนของบล็อกแห่งนี้เองที่ผมตั้งใจจะตัดออกไป…เป็นอย่างแรก แต่ตอนนี้ก็ได้ผู้ช่วยชีวิตไว้แล้วครับ
ขอขอบคุณพี่ชิทท์แห่งบล็อกน้องนะโม ที่สละเวลาจากการทำ Project Mini SEO ลอยกระทง มาช่วยเป็นธุระให้ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
วันนี้ขอตัวก่อนนะครับ แวะมาบอกสั้นๆ ก่อน เดี๋ยวเพื่อนๆ เข้ามาอ่านเจอโพสที่แล้ว แล้วคิดว่า…นายหนุ่ม เลิกเขียนบล็อกไปแล้วแน่ๆ ไม่หรอกครับ…ยังไม่เลิกเขียนง่ายๆ ครับ ถึงแม้ว่าจะ้เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อย สาระบ้าง ไร้สาระซะเยอะ แต่ก็จะเขียนครับ ^^
ตอนนี้ขอตัวไปรักษาสุขภาพตัวเองซะก่อน 2-3 วันอาการไม่คงที่เลย ร้อนๆ หนาวๆ ครับ แล้วไว้จะพยายามหาเรื่องดีๆ มาเขียนให้อ่านกันนะครับ
สวัสดีครับ
Archive for October, 2008
คำถามนี้วนเวียนในหัวมาอยู่หลายวันครับ (ไม่รู้ว่าจะคิดมากทำไม) อย่างที่เคยบอกไว้ในโพสก่อนหน้านี้ว่าโฮสแห่งนี้กำลังจะหมดอายุ รวมถึงโฮสนอกที่ใช้โปรโมตสินค้าด้วย ในส่วนของโฮสนอกนั้นได้คำตอบมาแล้วครับ แต่ที่ผมคิดอยู่ก็คือโฮสแห่งนี้ที่ใช้เขียนบล็อกส่วนตัวนี่เอง
ผมตั้งคำถามกับตัวเองเรื่องนี้หลายข้อ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตผมเลยทีเดียว….^^ ไม่ว่าจะเป็นคำถามเช่น…
- ผมเขียนบล็อกแห่งนี้ไปเพื่ออะไร เขียนให้ใครอ่าน แล้วมีคนอ่านสักกี่คน
คำถามพวกนี้ผมเห็นว่าสำคัญมาก เพราะว่าการที่เราจะเขียนบล็อกนั้น มันต้องตั้งจุดประสงค์ที่ชัดเจนสักหน่อย ก่อนอื่นต้องมองย้อนกลับไปก่อนว่า ตอนแรกเลยที่ตัดสินใจเช่าโฮสแห่งนี้เพราะอะไร คำตอบก็คือ เพราะว่าอยากลองใช้ WordPress บนโฮสของตัวเองครับ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถติดตั้งเองได้แล้ว คล่องซะด้วย ^^ ติดตั้งเสร็จแล้ว ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรซะอย่างนั้น ก็เลยเขียนไปเรื่อย ทั้งเรื่องที่ตัวเองเจอ สิ่งที่ตัวเองทำ ฯลฯ เขียนไปเท่าที่เวลาและสมองจะให้เขียน แต่ก็อย่างที่เห็นครับ มันน้อยมาก ที่จะมีเวลา เลยเกิดคำถามต่อมา…
-มันคุ้มรึเปล่ากับเงินที่เสียไป….
ถามว่าเงินที่เสียไปเยอะมั้ย…ไม่เยอะครับ แต่นาทีนี้ที่ภาระต่างๆ ที่มากขึ้นทำให้ผมต้องหยุดคิดสักนิดนึง…ว่่ามันคุ้มรึเปล่า กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ เมื่อกี้ลองเข้าไปเช็คดูว่าใช้พื้นที่โฮสแห่งนี้ไปเท่าไหร่แล้ว เห็นแล้วตกใจเล็กน้อย เพราะว่าใช้ไปแค่ [...]
หลังจากที่ตอนที่แล้ววุ่นวายกับการทำความสะอาดร้านอย่างเดียว ตอนนี้เรามาดูกันว่าผมได้เรียนรู้อะไรอีกบ้างครับ เขียนมาถึงตอนที่ 3 แล้ว เพิ่งนึกได้ว่า ผมยังไม่ได้บอกว่าสินค้าที่ผมขายคืออะไรใช่มั้ยครับ ร้านที่ผมเข้าไปทำงานนั้นเป็นร้านเทปครับ ใช่แล้วครับ ผมเป็นพนักงานขายเทป
แน่นอนว่าในร้านเทปนั้น จะต้องมีเครื่องทดลองฟังอยู่ในร้าน (ร้านที่ผมเคยทำงานอยู่จัดได้ว่าเป็นร้านแรกๆ เลยที่มีเครื่องไว้สำหรับใช้ให้ลูกค้าทดลองฟัง—อย่างน้อยก็ในจังหวัดที่ผมอยู่นั่นแหละ) ในร้านนี้เครื่องทดลองฟังจะใช้เครื่องเสียงติดรถยนต์ มาฝังอยู่ในเสาของร้าน และนี่คือแหล่งการเรียนรู้แห่งใหม่ของผมครับ
หลังจากที่ผมใช้เวลาในช่วงเช้าตอนเปิดร้านกับการทำความสะอาดร้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่รอลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า ผมก็จะไปนั่งฟังเพลงในเครื่องลองเหล่านั้นเรื่อยๆ ครับ ในเครื่องลองฟังแต่ละตัวจะมีซีดีตัวอย่างใส่อยู่ในนั้น 10 แผ่น ฟังไปสิครับทั้งวัน เต็มที่ ประกอบกับร้านนี้สามารถเปิกค่าหนังสือที่เกี่ยวกับวงการเพลงได้ก็เอาเลย…ซื้อมาอ่าน หนังสือเค้าเขียนถึงศิลปินคนไหน วงอะไร เพลงไหนดัง เป็นแนวอะไร ก็มานั่งลองฟังไปเรื่อยๆ ทั้งเพลิดเพลิน แถมได้ความรู้อีกต่างหาก อะไรจะสบายขนาดนั้น^^
มาต่อตอนที่ 2 กันครับ เขียนไปเขียนมาชักติดลมแล้วสิ…ซึ่งจากตอนที่แล้วก็ได้รู้กันแล้วว่า งานที่ผมได้ทำนั้นเป็นพนักงานขาย ในตอนนี้เรามาดูกันว่าคนจะขายของนั้นต้องรู้อะไรบ้าง
การทำงานช่วงวันแรกๆ ของผมเป็นอะไรที่แย่มากครับ ไม่ใช่ว่างานมันหนักหรืออะไรหรอกครับ แต่มันเมื่อย…. หลายๆ คนคงจะทราบกันอยู่แล้วว่างานพนักงานขายหน้าร้านนั้นเค้าห้ามนั่ง ต้องยืนทั้งวัน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วที่ร้านนี้ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องนี้นักครับ ถ้าไม่มีลูกค้าก็สามารถนั่งได้ ไม่ได้ว่าอะไร แต่เราไปใหม่ๆ ยังไม่รู้จักอะไร เกร็งๆ ครับ ทำอะไรไม่ถูกก็ยืนอยู่อย่างนั้นแหละครับ ทั้งวัน ถึงขนาดที่กลับบ้านไปนอนไม่หลับกันเลยทีเดียวครับ
คราวที่แล้วเกริ่นไว้ว่า จะมาเขียนเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของผมให้อ่านกัน คิดอยู่นานเหมือนกันครับ ว่าจะเขียนดีมั้ย เพราะไม่รู้ว่าจะมีคนสนใจอ่านรึเปล่า พอดีช่วงนี้ได้รับหน้าที่ใหม่มาให้ไปตรวจร้านสาขาด้วย ได้ไปเจอน้องๆ หน้าร้านมา ทำให้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ที่น้องๆ เหล่านั้นขาดไป ก็เลยตัดสินใจเอาประสบการณ์ที่ตัวเองเจอมาลองเขียนดู เพื่ออาจจะมีประโยชน์บ้าง เพราะประสบการณ์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน มันอาจจะมีประโยชน์หรือได้ข้อคิดอะไรกับคนอ่านบ้าง
มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
ชีวิตการทำงานของผมเริ่มหลังจากที่สอบเอนท์ฯ ไม่ติดครับ อายุตอนนั้นก็น่าจะประมาณ 17 ปีได้ ตามประสาคนเอนท์ไม่ติดครับ หลังจากที่ดามแผลจากการผิดหวังที่สอบไม่ได้อยู่ 2-3 วัน ชีวิตก็เริ่มเข้าสู่สภาวะปรกติ นอนอยู่บ้านใช้ชีวิตทิ้งๆ ขว้างๆ ไปวันๆ ชีวิตประจำวันช่วงนั้นก็ไม่มีอะไรครับ ตื่นมาก็เที่ยงๆ อาบน้ำกินข้าวที่บ้านแล้วก็ออกไปข้างนอกครับ ออกไปเฮอาตามประสาวัยรุ่นทั่วๆ ไปกว่าจะกลับบ้านอีกทีก็โน่นแหละครับ เกือบสว่างของอีกวัน…

Comments