ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปพักผ่อนกับเพื่อนๆ ที่จ.เพชรบูรณ์มาครับ โดยการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการพักผ่อนอย่างจริงๆ จังๆ ในรอบหลายๆ ปีเลย ไม่ต้องแบก Notebook ไม่ต้องเปิด internet ไม่ดูข่าว ไม่ใช้มือถือ (ปีนี้เป็นปีที่มือถือเงียบสนิท ไม่ต้องรับสายลูกค้าสักสาย^^) ถือเป็นการให้รางวัลกับชีวิต ที่ทำงานมาตลอดครับ
การเดินทางครั้งนี้ยึดคติ “หยุดก่อน เที่ยวก่อน กลับก่อน” เพื่อไม่ต้องไปแย่งกันเที่ยว และหลีกเลี่ยงรถติดครับ โดยแผนการเดินทางครั้งนี้วางแผนกันว่าจะไปนอนคืนแรกที่ภูทับเบิก ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่สูงสุดของจ.เพชรบูรณ์ เพื่อไปดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น และวันต่อไปค่อยว่ากันใหม่(นี่แผนจริงๆ เลยครับ คือเหมือนไม่วางแผน) เริ่มออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 26 ตอนสายๆ ใช้เส้นทางสระบุรี-ลพบุรี-เพชรบูรณ์ เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางแยกนางั่วขึ้นเขาค้อผ่านเนินมหัศจรรย์ พระบรมสารีริกธาตุ ไร่บีเอ็น จนเจอแยกตัดทางหลวงหมายเลข12 เลี้ยวขวา ผ่านร้านกาแฟ Coffee Hill ไปสักเล็กน้อย จะเจอสามแยกไปภูหินร่องกล้า ภูทับเบิก เลี้ยวเข้าไปเลยครับ ขึ้นเขาไปอีกประมาณ 24 กม. เส้นทางช่วงนี้อย่ามัวแต่มองวิวเพลินนะครับ เพราะถนนไม่ค่อยจะดี ต้องใช้ความระมัดระวังกันมากๆ หน่อยครับ ถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าคดเคี้ยวพอสมควร!!!
จริงๆ ถ้าใครจะไปภูทับเบิก ยังสามารถไปได้อีกเส้นทางหนึ่ง ก็คือวิ่งผ่านตัวเมืองเพชรบูรณ์ ไปทางอ.หล่มสัก แล้วค่อยเลี้ยวขึ้นไปเส้นหล่มสัก-เพชรบูรณ์(ทางหลวงหมายเลข12) ได้ครับ ตามความคิดของผม เส้นทางนั้นจะวิ่งได้สะดวกกว่า เพราะไม่ต้องขับรถขึ้นเขาไปทางเขาค้อครับ แต่ระยะทางอาจจะเพิ่มมาอีกสักเล็กน้อยครับ
ในที่สุดก็ไปถึง… กว่าจะเดินทางไปถึงภูทับเบิกได้ก็ช่วงเย็นๆ เพราะมัวแต่แวะดูโน่นดูนี่ รวมถึงซื้อเสบียงขึ้นไปเตรียมไว้เล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าข้างบนนั้นจะมีอะไรให้ทานบ้างครับ
ไปดูที่พักกันก่อนครับ ที่พักคราวนี้ไม่ได้เน้นความสะดวกสบาย เน้นบรรยากาศครับ สนนราคาก็ไม่แพงมาก… 400 บาทเท่านั้นครับ ภายนอกจะเป็นลักษณะนี้ครับ ด้านในจะมีอุปกรณ์สำหรับนอนให้ด้วย แต่รับรองได้ว่าถ้าไปช่วงหน้าหนาว ชุดที่มีเตรียมไว้ให้ไม่พอครับ ต้องเอาของตัวเองเข้าเสริม ไม่งั้นแย่แน่เพราะตกดึกๆ อากาศจะเย็นมาก หรือถ้าใครต้องการจะกางเต้นท์ ที่นี่ก็มีไว้ให้บริการด้วยเช่นกันครับ
ห้องน้ำครับ… แต่ไม่ต้องตกใจ ตรงนี้ยังสร้างไม่เสร็จครับ แต่สามารถใช้งานได้แล้ว(ถ้ากล้าเข้า) ยังมีห้องน้ำดีๆ ไว้บริการอีกที่นึงครับ แต่ต้องเดินไปแถวๆ ทางเข้าหน่อยนึงใกล้ๆ ครับ
ดูที่พักกันแล้วต้องไปหาอะไรทานสักหน่อยครับ ตรงจุดที่ผมพักมีอาหารไว้บริการเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาม่าครับ นั่นก็คือส้มตำไก่ย่างครับผม…
กิจกรรมในช่วงกลางคืนก็ไม่มีอะไรมากครับ นอกจากนั่งก่อกองไฟคุยกัน นอนดูดาว มีโอกาสได้เห็นดาวตกแบบบังเอิญๆ อยู่ 1 ดวง แล้วก็เข้านอนกันครับ เพื่อจะได้ตื่นเช้าๆ มาดูดวงอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูกันแต่เช้า
คืนนั้นผมแทบไม่ได้นอนสักเท่าไหร่เลยครับ หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน เนื่องจากไม่คุ้นสถานที่และเจ้าหลังคามุงจากเจ้ากรรม ที่มีเสียงตลอดเวลาเมื่อลมพัด เหมือนมีคนเดินไปเดินมาอยู่รอบๆ บ้านทั้งคืน นี่ถ้าเป็นคนขี้กลัวสักหน่อยท่าทางจะแย่ครับ เลยตื่นมานั่งรอพระอาทิตย์ตั้งแต่ตี4 ครึ่ง !!!
อุณหภูมิตอนเช้าที่ได้ดูมาอยู่ที่ประมาณ 9 องศาครับ แต่บรรยากาศเช้านี้ไม่ค่อยสดใสสักเท่าไหร่ เนื่องจากช่วงดึกมีฝนลงเม็ดเป็นช่วงๆ ทำให้ความหวังในการเห็นพระอาทิตย์กับทะเลหมอกยามเช้าเลือนลาง และก็เป็นไปตามคาด ฟ้าปิด จากทะเลหมอกก็กลายเป็นม่านหมอกมองไม่เห็นอะไรเลยครับ แต่ก็ยังได้ภาพก่อนจะหมดความหวังมา 1ภาพ
และนี่เป็นรูปชุดหลังๆ ของเช้าวันนี้แล้วครับ เนื่องจากกล้องสุดที่รัก Ricoh R10 ของผม เกือบมีอันเป็นไปตั้งแต่ยังไม่ได้ผ่อนงวดแรก เนื่องจากความประมาทของตัวเอง เดินชนกล้องที่ตั้งอยู่เฉยๆ บนขาตั้งหน้าคว่ำไปกับพื้น กล้องดับ เปิดไม่ติด เลนส์ก็ค้างอยู่ ตอนแรกคิดว่าแบตมันอ่อน ระบบมันเลยทำงานได้ไม่เต็มที่ เลยลองเอาแบตไปชาร์ทดูก่อนเพื่ออะไรๆ จะดีขึ้น…แต่ก็ไม่เป็นผล ลองเอากล้องมาพิจารณาดู ปรากฎว่าเลนส์ส่วนที่ยื่นออกมาเบี้ยวไปเล็กน้อย ไหนๆ ถ้ามันจะพังอยู่แล้วก็เลยเสี่ยงดวง เอามือดึงส่วนที่เบี้ยวออกมาซะเลย เดชะบุญ อาการดังกล่าวหายไปเลย กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม แต่ก็มีงอแงบ้างเป็นบางที นี่ว่าจะลองเอาไปให้ที่ศูนย์เช็คสักเพื่อความแน่ใจสักหน่อย
เข้าเรื่องกันต่อ… หลังจากที่หมดหวังจากที่นี่แล้ว ก็มานั่งคุยกันว่าจะไปที่ไหนกันต่อ ระหว่างภูเรือ น้ำหนาว หรือจะลงไปนอนที่เขาค้อดี ลงมติแล้วตกลงปลงใจกันว่าจะไปลุ้นกันต่อที่เขาค้ออีกสักคืน น่าจะได้เห็นในสิ่งที่ตั้งใจไว้ ไม่งั้นมาคราวนี้คงเสียเที่ยวน่าดู ก่อนที่จะเดินทางกลับก็แวะไปชมอะไรแถวๆ นั้นอีกอีกสักหน่อยดีกว่า…(โปรดติดตามตอนต่อไป)…

บอกได้อย่างเดียวครับว่า สุดยอดทุกอย่าง
เห็นภาพบรรยากาศแล้ว อยากบอกว่าอิจฉาคุณหนุ่มสุด ๆ เลยครับ สถานที่น่าเที่ยวมาก ๆ ช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ต้องเจออากาศโคตรเย็นสุด ๆ แบบนี้ล่ะครับ ได้บรรยากาศดีเยี่ยมเลย
ผมไปตามทริปนี้แล้วครับ สุดยอดเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีธรรมชาติสวยๆ และไม่ไกลมาก แต่ไม่ได้พักข้างบน เพราะ น้องสาวเอาลูกอายุ แปดเดือนไปด้วย เลยไปพักที่รีสอร์ท ข้างล่าง ปากทางขึ้นทับเบิกราคา แปดร้อยบาท ซื้อความสะดวกครับ
สวัสดีครับคุณพงษ์
เห็นด้วยครับ ธรรมชาติสวยๆ บางทีอยู่แค่เอื้อมมือเรานี่เอง
แต่คนเรามักมองไม่เห็นครับ
ไปเที่ยวมาช่วงไหนครับ ถ้ามีรูปมาฝาก แวะมาตามไปดูหน่อยนะครับ
จะไปชื่นชมครับผม