Archive for the ‘ทบทวนชีวิต’ Category

หยุดงานยาวๆ สักที

หลังจากที่ไม่ได้มีโอกาสได้หยุดงานนานๆ มาเป็นระยะเวลาหลายปี(ถ้าไม่นับช่วงที่ตกงานนะ) ปีนี้ได้มีโอกาสเหมือนคนอื่นๆ บ้างแล้ว ถึงแม้ว่าอาจจะไม่เท่ากับบางคนที่เปิดงานอีกทีนึงวันที่ 19 เมษายน เลย เพราะผมเปิดงานตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 แล้ว แต่ก็ถือว่าโอเคแล้วละครับ

ตลอดเวลาหลายๆ ปีที่ผ่านมาเทศกาลสงกรานต์ ก็เหมือนว่าจะได้หยุดแต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้หยุด(เอ๊ะ…ยังไง) ก็คือมันแค่ทำงานน้อยลงแค่นั้นเองครับ ลูกค้าบางรายก็ไม่ได้หยุดช่วงเทศกาล แต่จะไปหยุดหลังเทศกาลแทน เพราะช่วงคนท่องเที่ยวก็เป็นช่วงทำเงินของลูกค้าเหมือนกันครับ

ปีนี้เปลี่ยนงาน ทำงานเฉพาะในกทม. ไม่ต้องเดินทาง เริ่มมีวันหยุดเหมือนประชาชนทั่วไปบ้างแล้ว แต่ก็คงไม่ได้ไปไหนครับ อาจจะวนเวียนอยู่ใกล้ๆ กทม.นี่แหละ ดีไม่ดีอาจจะหมกตัวอยู่ที่ห้องอย่างเดียวก็ได้ หรืออยู่ดีๆ อาจจะโผล่ไปเชียงใหม่ก็ได้ เอาอารมณ์เข้าว่าครับ เบื่อๆ สตาร์ทรถขับไปเรื่อยๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงเชียงใหม่ก็เคยมาแล้ว ^^

เพื่อนๆ ที่จะเดินทางไปไหนในช่วงเทศกาลแบบนี้ ขอให้เดินทางปลอดภัย เที่ยวให้สนุก ทั้งไปและกลับนะครับ ชาร์ทแบตตัวเองให้เต็มที่ จะได้พร้อมกับมาลุยงานกันต่อไปครับ

สวัสดีปีใหม่ไทย 2553 ครับ

เริ่มต้นปี53

หลังจากที่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมได้ตัดสินใจลาออกจากงานบริษัทที่ทำมานานถึง 6 ปี ด้วยเหตุผลหลักๆ เลยก็คือ “อิ่ม” เพราะถ้านับจริงๆ ต้องบอกว่าการทำงานในด้านนี้ของผม ก็ประมาณ 12 ปีเต็มเลยทีเดียว โดยเริ่มจากพนักงานหน้าร้านเล็กๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย จนเข้ามาอยู่ในบริษัทใหญ่ตอนเรียนจบ

12 ปีที่ผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมยังจำบทสนทนากับเจ้านายเก่าตอนที่เรียนจบใหม่ๆ ได้เลยว่าเค้าพูดว่าอะไร
เจ้านาย : “เรียนจบแล้วจะเอายังไงต่อไป”
ผม : “ก็อยู่กับพี่งัย”
เจ้านาย : “ไม่ดีกว่า พี่ไม่มีปัญญาจ้างเราละ อุตส่าห์เรียนมา ไปหาอะไรที่ดีกว่านี้ทำดีกว่ามั้ย”
ผม : “…”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำงานในบริษัทใหญ่ในเวลาต่อมา….
เวลาผ่านไป 6 ปี… ความอิ่มตัวก็มาถึง เริ่มเหนื่อยกับการเดินทาง การขับรถ ไม่มีเวลาให้กับคนใกล้ตัว ฯลฯ และในที่สุดก็ตัดสินใจลาออกมา
เกือบ 2 อาทิตย์ที่ผ่านไป ผมต้องตอบคำถามเดิมๆ ที่ถามว่า
“ออกไปแล้วจะทำอะไรต่อไป”
“ไม่ไปทำงานเหรอ”
“เดือนนี้ไม่ไปต่างจังหวัดเหรอ” ฯลฯ

นั่นสิครับ ออกมาแล้วจะทำอะไรดี เท่าที่ผมวางแผนไว้ คือ “ไม่มีแผนอะไร ขอพักก่อน” เป็นไงครับ ฟังดูสิ้นคิดมั้ย ^^ มีแรง
จริงๆ แล้วก็ไม่เชิงว่าจะไม่มีแผนการซะทีเดียว ที่ผมวางแผนไว้คร่าวๆ ก็คือ
- ขอพักก่อน เหมือนที่บอกไว้ข้างต้น พักกาย พักใจ พักสมอง ให้เต็มที่ ให้พร้อมที่จะลุยต่อไป
- ระหว่างที่พัก ก็พัฒนาการทำงาน Aff ที่ทำอยู่ให้ดูมั่นคงขึ้น จากเดิมที่ได้พอแค่ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ทำให้มันได้มากขึ้น วางแผนให้ดี ศึกษา SEO เยอะๆ ถ้าเพียงพอแก่การใช้ชีวิต สักวันก็ไม่ต้องหางานประจำทำแล้ว
- รับจ้างทำงานทาง Internet หารายได้เข้ามาเลี้ยงชีวิตไปวันๆ
- ระหว่างที่รอดูผลการทำ SEO ก็หางานประจำไปเรื่อยๆ เพราะการทำ SEO ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล อาจจะอดตายก่อนได้ ระหว่างนั้นอาจจะได้งานดีๆ ที่เหมาะกับตัวเองเข้ามาก็ได้

เอ…พอเขียนออกมาอ่านดูแล้ว รู้สึกจะไม่ได้พักแหะ มันยังดูวุ่นวายเหมือนเดิม แต่สำหรับผมการทำงานหน้าคอมฯ ของผมก็เหมือนได้พักไปในตัวอยู่แล้วครับ อย่างน้อยก็สบายใจขึ้นเยอะทีเดียวครับ

รอดูว่าชีวิตวันข้างหน้าจะเป็นยังไงต่อไป…

ทำไมถึงเลือกซื้อคอนโดฯ ไม่เลือกบ้าน

หลังจากที่คราวที่แล้วเขียนเรื่องที่ไปดูคอนโดฯ มา ก็ได้รับคำถามจากคนรอบข้างต่างๆ นาๆ เช่น ทำไมไม่ซื้อบ้านหรือทาวเฮ้าส์ละ คอนโดฯ มันเล็กนะ เกิดมีครอบครัวจะทำยังไง ฯลฯ วันนี้จะมาอธิบายถึงสาเหตุที่ผมเลือกที่จะซื้อคอนโดฯ แทนที่จะเลือกบ้านหรือทาวเฮ้าส์ครับ

เหตุผลของผมที่คิดอาจจะมองว่าง่ายๆ ไปหน่อย แต่ผ่านการคิดทบทวนมาพอสมควรเหมือนกันครับ นั่นก็คือ… บ้านหรือทาวเฮ้าส์มันแพงครับ สู้ราคาไม่ไหว ราคาที่มันพอจะไหวก็ไกลเหลือเกิน พอมาคำนวณค่าเดินทาง ทางด่วน น้ำมันรถ เวลาและสุขภาพจิตที่ต้องเสียไปแล้ว ผมว่าผมยอมเลือกที่จะอยู่ใกล้ๆ ในเมือง แล้วเหลือเวลาให้กับชีวิตตัวเองมากหน่อยดีกว่าครับ และอีกเหตุผลนึงที่เกี่ยวข้องกันก็คือ เรื่องของความปลอดภัยของคนข้างเคียงครับ เพราะผมต้องไปทำงานตจว.บ่อยๆ จะบ่อยให้คนข้างๆ อยู่บ้านคนเดียว ไกลๆ อาจจะไม่ดีนัก และความสะดวกในการเดินทางในช่วงที่ผมไม่อยู่ด้วยครับ

เหตุผลต่อไปก็คือ เรื่องปัญหาสัพเพเหระ สำหรับคนอยู่บ้านหรือทาวเฮ้าส์ เช่น เรื่องที่จอดรถ หมาข้างบ้าน ขยะหน้าบ้าน หรือเรื่องซุบซิบนินทาของเพื่อนบ้านทั้งหลาย ผมไม่ชอบครับ แต่ปัญหาแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยู่คอนโดฯ แล้วจะไม่เจอ เจอแน่ๆ ครับ แต่คงน้อยกว่า…

เหตุผลสุดท้าย ที่สำคัญก็คือ.. ผมตั้งใจไว้ว่าจะซื้อบ้านอีกหลังที่ตจว. ครับ

นี่เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ผ่านการทบทวนและพูดคุยกันมาพักใหญ่ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจ ใครที่กำลังติดสินใจเรื่องแบบนี้อยู่ ก็ตัดสินใจกันดีๆ นะครับ เรื่องที่อยู่เป็นเรื่องใหญ่ ซื้อบ้านเดี่ยวมันก็ดี เป็นการซื้ออนาคต ถ้ารออนาคตไหว ซื้อไหว มีงบประมาณ เลือกทำเลดีๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ

โพสหน้าจะมาเขียนเกี่ยวกับการไปทำเรื่องที่ธนาคาร เพื่อทำการกู้เงินซื้อบ้านให้อ่านกันครับ

เมื่อผมคิดจะซื้อบ้านหลังแรก

หลังจากที่นั่งคิดนอนคิดมาหลายรอบ ว่าจะซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ไว้เป็นของตัวเองสักทีดีรึเปล่า หลังจากที่ได้รับการแนะนำ(ยุยง) จากเพื่อนฝูง พี่น้อง มาหลายปี

- จะเช่าเค้าอยู่ไปทำไม
- อายุมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวกู้ยาก
- (หาก)แต่งงานแล้วจะไปอยู่ที่ไหน
- ฯลฯ

ในที่สุดก็ตัดสินใจได้แล้วว่าซื้อไปเถอะ เหตุผลที่ผมไม่ยอมซื้อที่อยู่เป็นของตัวเอง ก็เพราะว่า ผมไม่รู้ชีวิตตัวเองว่าจะอยู่ที่ไหนกันแน่ คือยังไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่กรุงเทพฯไปตลอด หรือว่าจะไปอยู่ต่างจังหวัดดี เพราะโดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยชอบที่จะอยู่กรุงเทพฯ เท่าไหร่ มันรู้สึกอึดอัด วุ่นวาย และด้วยอาชีพการงาน ทำให้ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเร่ร่อน ทำงานไม่อยู่เป็นที่เป็นทาง เดินทางอยู่ตลอดเวลา ซื้อไว้ก็กลัวจะไม่คุ้ม แต่หลังจากที่ได้ทบทวนเป็นอย่างดี และมองไปถึงอนาคตแล้ว ตัดสินใจซื้อครับ

ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังมองหาดูที่ถูกใจที่สุด และก็เหมือนจะหาเจอแล้ว เป็นคอนโดมือสองอยู่ใกล้รถไฟฟ้า และงบประมาณอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ กำลังตัดสินใจขั้นสุดท้ายครับ หวังว่าจะได้สิ่งที่ดีที่สุด ถูกใจที่สุดสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ และหวังว่าเจ้าของห้องที่จะขาย คงไม่ใจร้อนขายให้คนอื่นไปก่อน ระหว่างที่ผมกำลังทำเรื่องกับธนาคารล่ะกัน

พรุ่งนี้วันหยุด จะไปดูอีกทีเพื่อความมั่นใจ…

ความทรงจำที่หายไป

มีใครเขียนโปรแกรมหรือเครื่องมือแบบในรูปได้บ้างครับ ผมอยากได้สักหน่อย

เคยเป็นกันบ้างมั้ยครับ ที่อยู่ดีๆ ความทรงจำในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตก็หายไป จำอะไรไม่ได้ ว่าช่วงเวลานั้นทำเคยอะไร ไปไหนมา ราวกับว่าเรื่องราวในช่วงนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นเลยกับชีวิตมาก่อน

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับตัวผมเมื่อไม่นานมานี้เอง ผมมีโอกาสได้ไปเจอน้องสาวคนนึงที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 15 ปี จากเว็บ Community ชื่อดัง Hi5 ครับ พอมีโอกาสได้เจอกัน ก็ต้องมาคุยถามสารทุกข์สุขดิบกันเล็กน้อย ประมาณว่าหายไปไหน ไปทำอะไรมากับชีวิตในช่วงที่ไม่ได้เจอกัน พอคุยกันไปคุยกันมาก็รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนแก่ ที่ชอบนึกย้อนอดีต กับคำถามประมาณว่า… จำได้มั้ยว่าพวกเรารู้จักกันตอนไหน คำถามนี้ยังพอตอบกันได้ แต่เรื่องราวหลังจากที่รู้จักกันแล้วน่ะสิครับ ไม่ว่าจะเป็น “เราเคยไปไหนด้วยกันมั้ย เคยคุยอะไรกันบ้าง” ปรากฏว่ามันไม่มีเลย มันข้ามไปตอนจบเลย เป็นที่น่าแปลกใจสำหรับผมมากๆ เพราะตัวผมเองเป็นคนที่ค่อนข้างจำรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคนที่รู้จักได้พอสมควร แต่กับน้องสาวคนนี้ กลับไม่มีเลย เหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ตัวน้องเองก็จำอะไรไม่ได้เช่นกัน มันกลายเป็นว่า เรื่องราวของคนทั้งสองคนมีแค่ฉากเริ่มต้นและตอนจบเท่านั้น Read the rest of this entry »

Pages: 1 2 3 Next

About This Blog…

qrcode

"นายหนุ่มบล็อก" บล็อกเรื่องราวทั่วๆ ไป ขึ้นอยู่กับความสนใจในขณะนั้น อาจจะมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ไม่แน่...บางทีในเรื่องไร้สาระ อาจจะมีสาระก็ได้... ขอบคุณที่แวะมาครับ
Update to Your Mail

ติดตามบล็อกนี้ทาง email:

Delivered by FeedBurner

UserOnline
Users: 3 Guests, 1 Bot