Archive for the ‘เก็บมาเล่า...ก็ว่ากันไป’ Category

สวัสดีปีใหม่่ 2553 ครับ

สวัสดีปีใหม่ 2553 เพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกๆ คนนะครับ

ช่วงนี้อาจจะหายหน้า หายตาไปสักพัก
เพราะมีอะไรต้องคิด ต้องทำมากมาย
แต่ถึงจะวุ่นวายแค่ไหน ก็ขอแวะมาอวยพรกันสักหน่อย
ใครผ่านไปผ่านมา ได้มาอ่านบล็อกนี้

“ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี สำหรับทุกๆ ท่าน
คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนา
ไม่เจ็บ ไม่ไข้ สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ
มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ”

ปล.
ถ้าอ่านแล้ว คอมเม้นท์ทิ้งไว้ด้วย คำอวยพรนี้จะสมหวังครบถ้วนทุกประการ 555

ขอตัวก่อนนะครับ…. Happy New Year 2010

สูตรแห่งชีวิตประจำวัน‏

ได้รับ FW Mail จากเพื่อนมา อ่านแล้วเข้าท่าดี เลยเอามาเก็บไว้สักหน่อย เพื่อใครไม่เคยได้รับ ผ่านเข้ามาจะได้อ่านกันครับ เนื้อความก็ตามนี้…

ข้อเขียนจาก คุณสุทธิชัย หยุ่น

พรรคพวกส่งจดหมายเวียนผ่านอีเมล์มาให้…บอกว่าเป็น สูตรแห่งชีวิตประจำวัน ที่ควรจะส่งต่อไปให้คนที่เรารัก, ห่วงใยและต้องการให้เขาหรือเธอมีความสุขทั้งกายและใจ… ทำนองเดียวกันที่ชาวชีวจิตมีความห่วงหาอาทรต่อกันอย่างไม่ลดละ
เพื่อนเรียกสูตรนี้ว่าเป็น Lifebook หรือเป็น ตำราแห่งชีวิตซึ่งผมคิดว่าเหมาะเจาะกับเนื้อหาและคำแนะนำที่น่าสนใจยิ่ง
ทั้ง ง่ายและตรงไปตรงมา, ใครจะทำก็ได้, ไม่ทำก็ได้, เป็นสิทธิส่วนบุคคล, ไม่บังคับยัดเยียดกัน, ไม่ต่อว่าต่อขานกัน, แต่ถ้าหากมีความมุ่งมั่นจะทำอะไรให้กับชีวิตของตนเอง, ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าส่งเสริมสนับสนุน
สมควรที่จะให้กำลังใจแก่กันและกันอย่างยิ่ง

สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้
๑. ดื่มน้ำให้มาก
๒. กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น, ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยงและตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน… สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)
๓. กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
๔. ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E…นั่นคือ energy หรือพลังงาน,enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
๕. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
๖. เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย
๗. อ่านหนังสือให้มากขึ้น…ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
๘. นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
๙. นอนวันละ 7 ชั่วโมง
๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะดวก, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน
๑๑.ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม
นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร, ชีวิตก็จะแจ่มใส, แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิด ถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วางกำหนดเวลาของตนเอาไว้ วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้
แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไป ไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเอง ที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้ครับ
๑. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่า คนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
๒. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้…รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
๔. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
๕. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณ กับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ…. นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
๖. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณ เกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร…จงอย่าเกลียดคนอื่น
๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป… เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต… แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกเถียงกับคนอื่นหรอก… บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้… เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร

แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ?
๑. อย่าลืมโทรฯ หาครอบครัวบ่อย ๆ
๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย
๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่า ที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด

และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้
๑. ทำสิ่งที่ควรทำ
๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้งไปเสีย…เก็บไว้ทำไม?
๓. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงานด้วย… get up, dress up and show up.
๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ…ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า?
ปล.เนื้อหา Copy มาหมดเลยนะครับ มีปรับแต่งเคาะจัดเรียงเล็กน้อยครับ

ลอย…ลอยกระทง

loy_krathong09ผ่านไปแปปเดียว มาถึงเทศกาลลอยกระทงอีก 1 ปีแล้ว เวลาเดี๋ยวนี้มันช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ เผลอแปปๆ ผ่านไปอีกปี เหมือนผมจะรู้สึกไปเองว่า พออายุมากขึ้น เวลาก็ผ่านไปเร็วขึ้นเช่นกัน ผมยังจำเรื่องที่ผมโพสถึงลมหนาวเมื่อปีที่แล้วได้อยู่เลย เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เองครับ ปีที่แล้วได้ไปสัมผัสลมหนาวครั้งแรกของปีที่เชียงใหม่ ปีนี้ผมสัมผัสได้ถึงลมหนาวในกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้เอง ลองกลับไปอ่านโพสเก่า เปรียบเทียบกันแล้ว ปีนี้เหมือนอากาศจะเย็นเร็วกว่าปีก่อนนิดหน่อย อากาศเย็นมาเร็วแบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับ อย่างน้อยก็ทำให้เรา ไม่ต้องเดินร้อนอบอ้าวในงานลอยกระทง ที่มีผู้คนมากมายได้พอสมควร

RIMG0130RIMG0124

เพื่อนๆ ได้ไปลอยกระทงกันมารึเปล่าครับ… ปรกติช่วงวันเทศกาลแบบนี้ มักจะตรงกับช่วงที่ผมออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดอยู่ทุกที เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เห็นงานประเพณีลอยกระทงในกรุงเทพฯ สักเท่าไหร่ ปีนี้ผมมีโอกาส ได้อยู่กรุงเทพฯ ตรงกับเทศกาลพอดี ขอไปเดินดูสักหน่อยครับ จุดมุ่งหมายของผมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไหร่ ที่วัดในซอยแถวบ้านนี่แหละครับ สถานที่นั้นก็คือ
“วัดยาง” อยู่กลางซอยอ่อนนุชนี่เองครับ ในซอยอ่อนนุชนี่มีที่ให้ลอยกระทงค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ เพราะอยู่ติดกับคลองพระโขนงตลอดทั้งเส้นเลย แถมมีวัดหลายวัดด้วย จริงๆ จะลอยที่ข้างๆ บ้านนี่ก็ได้ครับ ติดคลองพระโขนงเหมือนกัน แต่คนข้างๆ เค้าว่าใกล้ไปหน่อย ไม่ได้เห็นบรรยากาศ(ซะงั้น)

Read the rest of this entry »

กลับถึงกรุงเทพฯ สักที

ออกไปตะลอนๆ ทำงานต่างจังหวัด มานานเกือบ 3 อาทิตย์ วันนี้ได้กลับเข้าบ้านสักที อาชีพอย่างผม ได้ขับรถซะหายอยากกันเลยทีเดียว

บางทีคิดขึ้นมาก็สนุกดี ถ้ามองในแง่ดี จะมีสักกี่คนที่ได้ไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ ได้ทุกๆ เดือน จะมีสักกี่คนที่ได้ไปภูเก็ต ปีละ 12 ครั้ง ไปนอนที่กระบี่ อีกปีละ 12 หน หรือจังหวัดอื่นๆ เกือบทั่วประเทศไทย เพราะบางคนทั้งชีวิต ก็ยังไม่เคยไปสักครั้งเดียวเลยก็มี แต่นี่ได้ไปกันทุกเดือน มีคนออกค่าที่พักให้ น้ำมันรถไม่ต้องเสีย(แต่ต้องขับเองนะ) แถมค่ากินอีกเล็กน้อย ถึงจะไม่ค่อยพอ แต่ก็ยังดี

เพื่อนฝูงหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีเนอะ ได้ไปเที่ยวทั่วเลย น่าสนุก ไม่น่าเบื่อดี

ยอมรับครับว่าช่วงแรกๆ ที่มาทำงานแบบนี้ ก็รู้สึกสนุกแบบนั้นแหละ แต่พอเวลาผ่านไปมันเหมือนอิ่มๆ ยังไงไม่รู้ครับ ผมยังจำความรู้สึกตอนที่ได้รับเขตทางใต้ใหม่ๆ ได้เลย “ได้ไปภูเก็ตแล้วโว้ยยยย” เกิดมาไม่เคยไปกับเค้าเลยสักครั้ง เวลาผ่านไป 10 เดือน…. ไปมาแล้ว 10 ครั้ง ถ้าเปรียบเทียบกันคนอื่นๆ อาชีพธรรมดาทั่วไป ถ้าได้ไปเที่ยวภูเก็ตปีละครั้ง ต้องใช้เวลาถึง 10 ปีทีเดียว

ตอนนี้ภูเก็ตไม่น่าตื่นเต้นแล้วครับ เพราะได้ไปบ่อยเกิน แถมเอาเข้าจริงๆ แทบไม่มีเวลาจะไปเที่ยวไหนเลย ชีวิตก็อยู่แต่โรงแรม กับร้านลูกค้า้เป็นส่วนใหญ่ พอมีเวลาว่างบ้างก็เย็นแล้ว เหนื่อยบ้าง ขี้เกียจบ้าง ไม่ได้ออกไปไหนอีก และที่สำคัญเวลาไปนี่ไปคนเดียวครับ กินคนเดียว เที่ยวคนเดียวมันจะไปสนุกอะไร แถมเหล้า เบียร์ก็ไม่ดื่มกับเค้าอีก จะออกไปท่องราตรีก็ไม่ไหว

เคยเอาแผนที่มานั่งดูเล่น ว่าเคยไปเหยียบไปมากี่จังหวัดแล้ว จำได้ว่าน่าจะมีถึง 50 จังหวัด ขาดภาคใต้ตอนล่าง (เลยสุราษฏร์ไป)  กับอีสานตอนบน (เหนือโคราช ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ขึ้นไป) ก็คงจะทั่วประเทศแล้วล่ะ

ข้อเสียของการทำงานแบบนี้ ก็มีมิใช่น้อย หลักๆ เลยคือไม่มีเวลาให้ครอบครัว ซื้อบ้านไว้เก็บของไม่ค่อยได้อยู่ ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องเบื่อ เหงา เศร้า เซ็งซะมากกว่า เพราะต้องไปไหนมาไหนคนเดียว เดี๋ยวนี้ยังดีหน่อย ที่เทคโนโลยียังก้าวหน้าไปเยอะ มี Notebook gprs wireless ให้ใช้ ผมจำได้ว่าเมื่อ 5-6 ปีก่อน บางจังหวัดจะโทรศัพท์ทีนึง ต้องลงมาโทรที่ lobby โรงแรม อยู่ในห้องไม่มีสัญญาณ แถมโทรนานก็ไม่ได้ เมื่อก่อนค่าโทรมหาโหด สิ้นเดือนทีเงินเดือนเอาไปจ่ายโทรศัพท์ซะเยอะ ตอนนึกไว้เสมอว่าห้ามเหงาบ่อยๆ ไม่งั้นจะเสียเงินเยอะๆ 555

เอีะ… นี่ผมบ่นอะไรเนี่ย… ตั้งใจว่าจะเข้ามาเขียนอะไรนิดเดียว บันทึกไว้นิดหน่อยว่ากลับถึงกทม.วันนี้ เล่นเขียนยาวไปได้ซะงั้น
ขอจบดื้อๆ แบบนี้ละกันครับ ไม่งั้นอาจจะจบไม่ลงได้ อิอิ

สวัสดีครับ

ความเร็ว Edge 1-2-call กับมือถือ

คราวที่แล้วได้เขียนทดสอบ ความเร็ว GPRS True Move ไปรอบนึงแล้ว คราวนั้นทดสอบแถวๆ ภาคใต้ คราวนี้มาลองดูความเร็วของ Ais 12call ในกทม.(อ่อนนุช) กันบ้างครับ

การต่อครั้งนี้ใช้ Nokia3110c กับซิม1-2-call ครับ วัด speed test จากเว็บ adslthailand.com ครับ ทดลองทั้งหมด 5 ครั้ง ช่วงเวลาประมาณ 16.30น. สัญญาณที่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นตัว E นั้นก็คือ Edge นั่นเอง สำหรับ Speed ที่เช็คได้ ผลออกมาตามนี้ครับ

Download Speed: 73 kbps (9.1 KB/sec transfer rate)
Upload Speed: 84 kbps (10.5 KB/sec transfer rate)

Download Speed: 106 kbps (13.3 KB/sec transfer rate)
Upload Speed: 87 kbps (10.9 KB/sec transfer rate)

Download Speed: 76 kbps (9.5 KB/sec transfer rate)
Upload Speed: 78 kbps (9.8 KB/sec transfer rate)

Download Speed: 78 kbps (9.8 KB/sec transfer rate)
Upload Speed: 41 kbps (5.1 KB/sec transfer rate)

Download Speed: 96 kbps (12 KB/sec transfer rate)
Upload Speed: 38 kbps (4.8 KB/sec transfer rate)

จากผลที่ได้นั้น ถ้าสังเกตจะค่อนข้างแกว่งไปนิด ลองหาค่าเฉลี่ยออกมาแล้วได้ประมาณนี้ครับ
Download Speed: 85.8 kbps
Upload Speed: 65.6 kbps
ถือว่าเป็นความเร็วที่ดีพอสมควรครับ สำหรับตัวผมถือว่ารับได้ เพราะเพียงพอกับการเช็คเมล เขียนบล็อก อ่านเว็บบอร์ด และอัพโหลดไฟล์เล็กๆ สำหรับทำเว็บได้บ้าง(อาจจะนานหน่อย พอที่จะรอได้ครับ)

ใจจริงๆ อยากจะทดสอบให้ครบทุกค่าย ในเวลาเดียวกัน สถานที่เดียวกัน เพื่อวัดผลเปรียบเทียบได้ชัดเจน แต่ช่วงเวลาที่ทดสอบนั้น True โหลดช้ามาก จนรอไม่ไหวครับ ส่วนของ Dtac หรือ Happy นั้นทดสอบไม่ได้ เนื่องจากเงินในซิมหมด มีอีกตัวนึงที่อยากจะลองเช็คดูก็คือ True WiFi ครับ ผมมีUser กับ Password พร้อม และแถวที่ผมพักอยู่นั้นก็รับสัญญาณได้ แต่ก็มีปัญหาตรงที่สัญญาณขาดๆ หายๆ ต่อได้บ้างไม่ได้บ้างครับ

ยังไม่อยากด่วนสรุปว่าแถวบ้านผมใช้ค่ายไหนดีที่สุด ถ้ามีโอกาสจะลองทดสอบอีกครั้งเอาแบบครบๆ ทุกอย่างมาให้ชมกันครับ

Pages: Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next

About This Blog…

qrcode

"นายหนุ่มบล็อก" บล็อกเรื่องราวทั่วๆ ไป ขึ้นอยู่กับความสนใจในขณะนั้น อาจจะมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ไม่แน่...บางทีในเรื่องไร้สาระ อาจจะมีสาระก็ได้... ขอบคุณที่แวะมาครับ
Update to Your Mail

ติดตามบล็อกนี้ทาง email:

Delivered by FeedBurner

UserOnline
Users: 5 Guests