หลังจากที่ห่างหายการอัพรูปถ่ายไปนานพอสมควร เนื่องจากช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปถ่ายรูปที่ไหนเลย งานแน่นรัดตัว ประกอบกับขาดอารมณ์สุนทรีย์ในการถ่ายรูป วันนี้นั่งจัดรูปถ่ายในเครื่องเจอรูปที่ถ่ายเก็บๆ ไว้ เลยเอามาลงไว้สักหน่อยดีกว่า
วันนี้ขอนำเสนอในหัวข้อ… “ศิลปะจากธรรมชาติ” ถ่ายด้วยกล้อง Ricoh R10 ครับ
ตั้งชื่อหัวข้อให้ดูหรูๆ ไปอย่างนั้น จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย ก็แค่รูปถ่ายที่เก็บมาจากพื้นหิน หาดทรายแค่นั้นเองครับ รูปแบบนี้มันไม่ใช่รูปแปลกอะไร ใครไปเที่ยวทะเลก็ต้องเคยเห็น บางคนก็เดินผ่านมันไปเฉยๆ หรือบางคนอาจจะคิดประหลาดๆ เหมือนผม เดินหามุมแปลกๆ ลงไปนั่งมอง ถ่ายรูปเก็บไว้ เหมือนไม่มีเหตุผล
จริงๆ ผมก็เป็นพวกประเภทแรกครับ ปรกติจะเดินผ่านไป ไปทะเลก็ต้องมองทะเล แต่วันนั้นไม่รู้ทำไมเดินมองพื้นหาดทราย มองก้อนหิน มองไปมองมา… มันสวยดีนะ ธรรมชาติมันก็มีอะไรให้เราคิดได้
ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแบบนี้ได้คือ ท่านผู้นี้ครับ
เจ้าปูตัวน้อยของเรานี่แหละครับ ที่สร้างงานศิลปะขึ้นมาจากการขุดรูของพวกเขา
วันนั้นผมคิดว่า แล้วทำไมก้อนทรายมันถึงได้กระจายไปเป็นรูปต่างๆ แบบนี้ได้
ใครรู้คำตอบ วานบอกทีครับ
ปิดท้ายด้วยรูปนี้นะครับ เดินหมุนอยู่หลายรอบ กว่าจะได้มุมนี้มา ดูได้ไม่ยากว่ามันคือรูปอะไร
สวัสดีครับ…
ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปพักผ่อนกับเพื่อนๆ ที่จ.เพชรบูรณ์มาครับ โดยการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการพักผ่อนอย่างจริงๆ จังๆ ในรอบหลายๆ ปีเลย ไม่ต้องแบก Notebook ไม่ต้องเปิด internet ไม่ดูข่าว ไม่ใช้มือถือ (ปีนี้เป็นปีที่มือถือเงียบสนิท ไม่ต้องรับสายลูกค้าสักสาย^^) ถือเป็นการให้รางวัลกับชีวิต ที่ทำงานมาตลอดครับ
การเดินทางครั้งนี้ยึดคติ “หยุดก่อน เที่ยวก่อน กลับก่อน” เพื่อไม่ต้องไปแย่งกันเที่ยว และหลีกเลี่ยงรถติดครับ โดยแผนการเดินทางครั้งนี้วางแผนกันว่าจะไปนอนคืนแรกที่ภูทับเบิก ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่สูงสุดของจ.เพชรบูรณ์ เพื่อไปดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น และวันต่อไปค่อยว่ากันใหม่(นี่แผนจริงๆ เลยครับ คือเหมือนไม่วางแผน) เริ่มออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 26 ตอนสายๆ ใช้เส้นทางสระบุรี-ลพบุรี-เพชรบูรณ์ เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางแยกนางั่วขึ้นเขาค้อผ่านเนินมหัศจรรย์ พระบรมสารีริกธาตุ ไร่บีเอ็น จนเจอแยกตัดทางหลวงหมายเลข12 เลี้ยวขวา ผ่านร้านกาแฟ Coffee Hill ไปสักเล็กน้อย จะเจอสามแยกไปภูหินร่องกล้า ภูทับเบิก เลี้ยวเข้าไปเลยครับ ขึ้นเขาไปอีกประมาณ 24 กม. เส้นทางช่วงนี้อย่ามัวแต่มองวิวเพลินนะครับ เพราะถนนไม่ค่อยจะดี ต้องใช้ความระมัดระวังกันมากๆ หน่อยครับ ถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าคดเคี้ยวพอสมควร!!!
จริงๆ ถ้าใครจะไปภูทับเบิก [...]
Published by NaiNhum December 24th, 2008
in Photo Gallery...บันทึกความทรงจำ.
วัดศรีชุมเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ประกอบด้วย มณฑปรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดกว้าง 32 เมตร สูง 15 เมตร ประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ซึ่งมีขนาดหน้าตัก 11.30 เมตร ผนังมณฑปทางด้านซ้ายของพระประธานมีทางเดินเข้าไปในผนัง ขึ้นไปได้จนถึงด้านบนของมณฑป มีแผ่นหินชนวนสลักเป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องชาดก โดยมีจารึกอักษรไทยสุโขทัยอธิบายประกอบอยู่ประมาณ 50 ภาพ ติดบนเพดานของทางเดินในผนัง ด้านหน้าของมณฑปเป็นฐานวิหารซึ่งผนังเจาะเป็นช่องรูปกากบาท นอกจากนี้ยังมีฐานวิหาร มณฑปขนาดเล็ก เจดีย์รายจำนวน 9 องค์ โดยมีคูน้ำรอบรอบกลุ่มโบราณสถานนี้อยู่ ภายนอกคูน้ำยังปรากฏฐานอุโบสถ ศาลาพระฤาษี และสระน้ำ สำหรับพระพุทธรูปในมณฑปวัดศรีชุมนี้สันนิษฐานว่าคือพระอจนะ ซึ่งกล่าวในจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ความว่า “เบื้องตีนนอนสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว มีป่าหมางลาง”
หลังจากที่ถอยกล้องดิจิตอลตัวใหม่มาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หลังจากมีเพื่อนขอซื้อกล้องตัวเก่า(Fuji S5700) ไป ประกอบกับกำลังอยากได้กล้องตัวเล็กๆ พกไปไหนมาไหนสะดวกๆ หน่อย เลยตัดสินใจขายไปในที่สุด ก็ไปเล็งๆ กล้องตัวใหม่อยู่หลายรุ่นครับ แต่ในที่สุดก็ได้ตัวนี้มา Ricoh รุ่น R10 ครับ
ทำไมถึงเลือกกล้องตัวนี้??? ตอนที่ผมเลือกกล้อง ผมมีสเปคของกล้องที่อยากได้ก็คือ ซูมได้เยอะพอสมควร เลนส์ไวด์ และมาโคร ซึ่งรุ่นนี้มีให้ผมครบเท่าที่ต้องการครับ (ซูม 7 เท่า เลนส์ไวด์ 28-200 มาโคร 1 ซม.)
วันนี้เลยเอารูปจากกล้องริโก้ตัวนี้มาให้ชมกันเล็กน้อย พอดีเมื่อวานไปเดินเล่นแถวๆ ถ.นิมมานฯ ที่เชียงใหม่มา บังเอิญแถวนั้นมีการชุดพลุวันพ่อ ก็เลยหยิบขึ้นมาถ่ายแบบไม่ได้ตั้งใจ กดแบบไม่ยั้งเพราะไม่เคยถ่ายรูปพลุมาก่อนเลย แถมได้มุมที่มีสายไฟบังอยู่ด้วย เลยได้รูปที่พอดูได้มาแค่ 3 รูปครับ
Comments